แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ buddhism แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ buddhism แสดงบทความทั้งหมด

20 มิถุนายน 2555

มุมมองพุทธแบบมหายาน

พุทธแบบมหายานนอกจากจะแพร่หลายในเอเซียตะวันออกแล้ว ยังเติบโตอย่างรวดเร็วในโลกตะวันตก ที่เรามักรู้สึกว่าฝรั่งสนใจศาสนาพุทธกันมาก ใช่ แต่เป็นศาสนาพุทธแบบมหายาน

กล่าวโดยรวบรัดมหายานต่างจากเถรวาทตรงที่มีอุดมคติคือการเป็นพระโพธิสัตว์ และมีคัมภีร์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากที่ทั้งเถรวาทและมหายานยอมรับตรงกันคือพระไตรปิฎก ยิ่งกว่านั้นมหายานบางสายจะยอมรับคัมภีร์รุ่นใหม่มากกว่าพระไตรปิฎก เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า มหายานได้ละทิ้งการปฏิบัติธรรมไป แล้วหันมาใช้การไคร่ครวญทางปรัชญา หรือการสวนมนต์ขอพรจากพระโพธิสัตว์แทน กระทั่งเกิดมหายานสายปฏิบัติคือเซน น่าจะเป็นอารมณ์แบบเดียวกับที่เถรวาทได้ทิ้งการปฏิบัติธรรมไป แล้วเกิดสายปฏิบัติฟื้นคืนกลับขึ้นมาในศตวรรษ์นี้ของไทย


ท่านพุทธทาสได้ช่วยให้พวกเราสามารถเชื่อมโยงภูมิปัญญาของเซนเข้ามาในวิถีปฏิบัติ จนเรารู้สึกกลมกลืนไม่ว่าจะฟังคำสอนของท่านติช นัท ฮันห์ (เซน) หรือองค์ดาไลลามะ (วัชรญาณ) ตั้งแต่เด็กจนโต ผมเคยนึกว่ามหายานก็คือมหายาน เหมือนเถรวาทจะสายไหนก็มีอุดมคติเดียวกันคือการชนะทุกข์ แต่เมื่อสังเกตดูจริงๆ ก็ไม่ใช่อย่างนั้น


ตัวอย่างใกล้ตัวที่สุด เนื่องจากผมเป็นลูกครึ่งจีน จึงมีพิธีกรรมไหว้ต่างๆ ตามเทศกาล ทางฝั่งครอบครัวภรรยาผมเป็นจีนแท้ๆ ยิ่งมีพิธีกรรมมากขึ้นไปอีกเรียกว่าเป็นทุกอย่างในชีวิต แล้วก็มีศาลเจ้าซึ่งก็ไม่เหมือนวัดไทย ซึ่งก็เห็นเขาสวดมนต์กัน คำถามคือเขาสวดอะไร เมื่อค้นดูจึงพบว่าคนจีนจะนับถือมหายานนิยายสุขาวดี ซึ่งมีวิธีลัดตรงสู่การเป็นพระโพธิสัตว์ โดยการสวนมนต์ (พูดถึงชื่อ) พระอมิตาภพุทธะ และพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (เจ้าแม่กวนอิม) เมื่อมีทุกข์เดือดร้อน


ดังนั้นมหายานแบบสุขาวดีจะเหมือนพุทธกระแสหลักของไทยมากกว่า ซึ่งมีอุดมคติที่ต่างจากเถรวาทที่จะต้องชนะทุกข์ด้วยตนเอง เห็นแบบนี้แล้วผมจึงคิดว่ามหายานสายอื่นก็น่าจะมีความแตกต่างในอุดมคติกับเถรวาทบ้างเหมือนกัน ยกเว้นเซนซึ่งเป็นมหายานหัวก้าวหน้าที่ฟื้นฟูการปฏิบัติธรรมขึ้นมา ดังที่เราจะรู้สึกได้ว่าเราสามารถทำตามคำสอนของท่านติช นัท ฮันห์ เช่นการกินส้มเพื่อกินส้ม ได้โดยไม่ขัดเขิน ในทางกลับกัน เมื่อฟังองค์ดาไลลามะพูดในเรื่องที่เหนือไปกว่าจริยธรรมแล้ว เราอาจพบว่านำมาใส่ในวิธีคิดแบบเถรวาทไม่ได้ ต้องมองในมุมมองแบบมหายานเท่านั้น ที่ผมเพิ่งดูจากสารคดี The Buddha ของ PBS มีเคสแบบนี้บ้างเหมือนกัน


YouTube #1:
Desire must be there. Without desire, how can we lead our live.
YouTube #2:
(พระญาติที่สู้รบกัน) Hundred of them killed. So that day, Buddha was sad. Buddha is a human being. So he acted like a human being.

1 พฤษภาคม 2555

สารคดี The Buddha ของ David Grubin ที่คนไทยไม่ควรพลาด


David Grubin ผู้กำกับสารคดีระดับตำนานที่กวาดรางวัลมาเป็นภูเขา จะมาเล่าให้เราฟังถึงชีวิตและการเดินทางของพระพุทธเจ้า ผ่านเสียงของ Richard Gere กับมุมมองของกวีและนักวิจัยสาขาต่างๆ ผ่านภาพจากสถานที่ในอินเดีย และงานศิลปะอันทรงค่าที่รวบรวมเอาไว้ในสารคดี "The Buddha" ความยาว 2 ชั่วโมง ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ PBS ในสหรัฐอเมริกา

ฟังฝรั่งเล่าเรื่่องพระศาสดาของเราแล้วรู้สึกว่าจะเข้าใจง่ายกว่าที่ฟังจากครูตอนเด็ก หรืออ่านจากหนังสือ แม้ว่าเนื้อหาจะเหมือนกัน แต่สารดีนี้ดำเนินเรื่องไปพร้อมกับการอธิบายบริบทของสถานการณ์ ด้วยภาพประกอบ และคอมเมนต์จากผู้เชี่ยวชาญที่ทำให้เราเห็นภาพที่เกิดขึ้นเมื่อ 2600 ปีได้เหมือนกับได้ร่วมเดินทางไปกับพระองค์ด้วย เพราะสารคดีพยายามช่วยให้เราเข้าใจบริบท แรงจูงใจ และเหตุผลในการตัดสินใจของพระองค์ในช่วงสำคัญต่างๆ อยู่ตลอดเวลา

ดูแล้วอาจจะรู้สึกว่ากวีและผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เข้าใจพุทธศาสนามากกว่าคนไทยเสียอีก

หมายเหตุ
เนื้อหาในสารคดีมาจากพุทธศาสนาทางสายมหายาน เข้าใจว่าเกิดจากมหายานเติบโตในอเมริกามากกว่าเถรวาท เนื้อหาจึงมีความคลาดเคลื่อนจากความเข้าใจของพุทธศานิกชนสายเถรวาทอย่างพวกเราอยู่บ้าง เช่น

  • พระพุทธเจ้า ยังคงมีความโศกเศร้า สิ้นหวัง และร้องไห้ได้ เพราะพระพุทธเจ้าก็เป็นมนุษย์
  • เราไม่สามารถกำจัดตัณหาได้ นิพพานคือการค้นพบพุทธะในตัวเรา ไม่ใช่การกำจัดกิเลสจนหมด

วีดีโอ

  • วีดีโอที่ PBS -  มีซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษซึ่งเปิดโดยกดที่ปุ่ม CC 
Watch Full Program on PBS. See more from The Buddha.


อ่านเพิ่มเติม

22 มีนาคม 2555

ทำไม


ในเมื่อท่านมีอำนาจไม่จำกัดและมีความดีงามสูงสุด
ทำไมโลกจึงยังมีความชั่วร้ายและทุกข์ระทม
ในเมื่อท่านเป็นผู้ออกแบบและสรรค์สร้างสรรพสิ่ง
ทำไมมวลมนุษย์จึงมีความบกพร่องทั้งร่างกายและจิตใจ
ในเมื่อท่านหยั่งรู้ในสรรพสิ่งตลอดเวลาและจักรวาล
ทำไมมนุษย์ต้องเผชิญบททดสอบที่ท่านย่อมรู้ผลลัพธ์ล่วงหน้า
ในเมื่อท่านเป็นผู้สร้างมนุษย์
ทำไมทุกคนไม่ถูกสร้างให้มีความสุขและทำความดีตลอดเวลา
ทำไมทุกคนไม่ถูกสร้างให้รู้จักและเชื่อมั่นในตัวท่านตั้งแต่แรก
ทำไมคนเช่นข้าจึงต้องถูกลงโทษชั่วนิรันดร์เมื่อสิ้นชีพ
แม้เพียรทำความดีสุดชีวิต เพียงเพราะไม่รู้จักท่าน
หรือแท้จริงท่านเป็นบางสิ่งที่เราบางคนไม่มีทางเข้าใจ
เพราะเราถูกสร้างให้ไม่มีวันเข้าใจ
หรือแท้จริงเราเป็นลูกที่ถูกท่านทอดทิ้ง
ให้ต้องรับผิดชอบชะตาชีวิตของตัวเอง
ด้วยตัวของตัวเอง.

Monday, August 23, 2010

17 มีนาคม 2555

ปัญหาที่ใครดี?


เวลามีปัญหา เพราะอะไรก็ตาม
หากเราติดนิสัยเอาความผิดไว้ที่คนอื่น
เราจะเป็นทุกข์ง่าย ตลอดเวลา
แต่ถ้าเราชอบเอาความผิดไว้ที่ตนเอง
จะทุกข์น้อยลงทันที

11 กุมภาพันธ์ 2555

ดัดจริต


ผมเป็นคนดัดจริต
ชอบคิดอย่างหนึ่ง ทำอย่างหนึ่ง
สมมุติ ถ้าผมโกรธใครสักคน
เช่น โดนใครขับรถปาดหน้า
ผมอาจจะอยากเอาคืนหรือตามไปด่าเขาแรงๆ

แต่เนื่องจากผมขี้ขลาด
และนี่เป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่จะได้เจอเขา
การทำให้เขาเข้าใจความผิดจึงไม่มีประโยชน์
ต่อผม

ผมจึงอวยพรให้เขาในใจด้วยความห่วงใย
เพราะครั้งหน้าเขาอาจถูกชนท้ายหากคันหลังยั้งไม่ทัน
หรืออาจโดนไล่ล่าเหมือนในหนัง
หากไปเจอกับคนอีกแบบพร้อมปืนในมือ

ดังนี้เองผมจึงเป็นคนดัดจริต
เพราะคนตรงคงต้องเอาคืนให้เจ็บใจเท่าเทียมกัน
ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
ความเกลียดชัง ต่อความเกลียดชัง
เลือดต่อเลือด.
By Stephen Poff

28 มกราคม 2555

ที่พึ่งอันปลอดภัย


ทุกวันนี้พุทธศาสนิกชน พากันเดินทางห่างไปจากศาสนาพุทธไกลออกไปเรื่อยๆ

พวกเรานิยมความสะดวก หันไปพึ่งไสยศาสตร์สำเร็จรูปต่างๆ
ละทิ้งอุดมการณ์สำคัญที่พระพุทธเจ้าสอนเราว่า
เราต้องพึ่งตัวเราเอง
คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
บุคคลผู้ฝึกตนดีแล้ว
ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้แสนยาก
-- ธรรมบท, พระพุทธเจ้า

หลายคนถือเอาเดียรถีย์ที่อ้างว่าสามารถแก้กรรมได้ เป็นที่พึ่ง
ทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นแนวคิดนอกศาสนาพุทธ แต่ใจก็ศรัทธา
เพราะเป็นวิธีที่ง่ายกว่าการปฏิบัติตามอริยมรรค
ตนทำบาปเอง ตนก็เศร้าหมองเอง
ตนไม่ทำบาป ตนก็บริสุทธิ์เอง
ความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์เป็นของเฉพาะตน
คนอื่นจะให้คนอื่นบริสุทธิ์แทนไม่ได้
-- ธรรมบท, พระพุทธเจ้า

หลังจากที่หมดโอกาสได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ผ่านไปสองพันห้าร้อยกว่าปี
มาวันนี้บางคนถือปฏิมากรรมเกี่ยวกับพระองค์
อย่างพระพุทธรูป หรือพระพุทธบาท เป็นที่พึ่ง
บางคนถือเอาเทวรูปของฮินดูเป็นที่พึ่ง ซึ่งเท่ากับเปลี่ยนศาสนา
เพราะศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาที่สำเร็จด้วยการร้องขอบนบานแบบฮินดู
แต่ด้วยการฝึกตนเอง โดยมีพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ เท่านั้น เป็นที่พึ่ง
"คนเป็นจำนวนมาก เมื่อภัยมาถึงตัว
พากันยึดเอาสิ่งต่าง ๆ เป็นที่พึ่ง
อาทิ ภูเขา ป่าไม้ สวน
ต้นไม้ และเจดีย์
นั่นมิใช่ที่พึ่งอันปลอดภัย
นั่นมิใช่ที่พึ่งอันสูงสุด
อาศัยที่พึ่งชนิดนั้น
ก็ไม่พ้นทุกข์ทั้งปวงได้
ผู้ถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง
ย่อมเห็นอริยสัจด้วยปัญญาอันชอบ คือ
ทุกข์, เหตุของทุกข์, ความดับทุกข์ และ
อริยมรรคมีองค์แปด อันเป็นทางดับทุกข์
นั่นแลคือที่พึ่งอันปลอดภัย
นั่นคือที่พึ่งอันสูงสุด
คนเราอาศัยที่พึ่งชนิดนั้น
ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง"
-- ธรรมบท, พระพุทธจ้า