แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ happiness แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ happiness แสดงบทความทั้งหมด

17 มีนาคม 2555

ปัญหาที่ใครดี?


เวลามีปัญหา เพราะอะไรก็ตาม
หากเราติดนิสัยเอาความผิดไว้ที่คนอื่น
เราจะเป็นทุกข์ง่าย ตลอดเวลา
แต่ถ้าเราชอบเอาความผิดไว้ที่ตนเอง
จะทุกข์น้อยลงทันที

11 กุมภาพันธ์ 2555

ดัดจริต


ผมเป็นคนดัดจริต
ชอบคิดอย่างหนึ่ง ทำอย่างหนึ่ง
สมมุติ ถ้าผมโกรธใครสักคน
เช่น โดนใครขับรถปาดหน้า
ผมอาจจะอยากเอาคืนหรือตามไปด่าเขาแรงๆ

แต่เนื่องจากผมขี้ขลาด
และนี่เป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่จะได้เจอเขา
การทำให้เขาเข้าใจความผิดจึงไม่มีประโยชน์
ต่อผม

ผมจึงอวยพรให้เขาในใจด้วยความห่วงใย
เพราะครั้งหน้าเขาอาจถูกชนท้ายหากคันหลังยั้งไม่ทัน
หรืออาจโดนไล่ล่าเหมือนในหนัง
หากไปเจอกับคนอีกแบบพร้อมปืนในมือ

ดังนี้เองผมจึงเป็นคนดัดจริต
เพราะคนตรงคงต้องเอาคืนให้เจ็บใจเท่าเทียมกัน
ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
ความเกลียดชัง ต่อความเกลียดชัง
เลือดต่อเลือด.
By Stephen Poff

14 ธันวาคม 2554

สมมุติฐานที่ผิดเกี่ยวกับคุณค่าของการมีทางเลือก


สิ่งหนึ่งที่ผู้ใหญ่เรียนรู้เมื่อโตขึ้นคือ เรื่องที่ผู้ใหญ่เล่าตอนเราเด็กๆ ไม่จริงเสียเยอะ ราหูไม่ใช่คนมาอมพระจันทร์และพระอาทิตย์ นอนดึกไม่มีผีมาหลอก ทำของตัวเองเสียหายไม่มีตำรวจมาจับ เมื่อโตขึ้นเรารู้ว่าราหูก็คือโลก ผีก็ไม่มี และตำรวจก็ไม่มีด้วยซ้ำไป :P

ดังนั้นสิ่งที่ผู้ใหญ่ทุกคนควรทำคือทบทวนเรื่องที่ถูกหลอกมาในตอนเด็ก สมมติฐานทุกเรื่องที่พ่อแม่และผู้ใหญ่ในวัยเด็กของเรา ไม่มีโอกาสได้เฉลยให้เราฟัง

สิ่งหนึ่งที่เราถูกผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลอกคือ อเมริกันคือสุดยอด คือปลายทางในการพัฒนาประเทศของเรา เราจึงรับวิธีคิดแบบอเมริกันไว้ครึ่งหัว จนถึงทุกวันนี้ จนมองภาพไปอย่างอื่นไม่ออก อย่างอุดมการณ์สูงสุดของอเมริกันคือการมีทางเลือก น่าแปลกไหมว่าคนไทยก็เชื่อตามนั้นไปแล้ว อย่างมองเป็นอย่างอื่น คือการไม่มีทางเลือก หรือมีทางเลือกน้อย หรือให้คนอื่นเลือก ไม่ออกเลยว่ามันดีอย่างไร ใช่ไหม?

ซีน่า ไอแยการ์ ชาวอเมริกันทำงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่อง "ทางเลือก" ทำให้เราเห็นว่าวิธีคิดแบบตะวันตก และตะวันออก นั้นแตกต่างไปอย่างมีเหตุผล และมีความเป็นมาที่เหมาะสม ทั้งชี้ให้เห็นด้วยงานวิจัยอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทางเลือกไม่ได้มากับความสุขเสมอไป การฝากทางเลือกไว้ที่สังคมและผู้ใหญ่ตามแบบตะวันออก ก็มีความเหมาะสมของมัน

เป็น TED Talks ที่น่าสนใจมากๆ เหมาะสำหรับคนที่เชื่อมั่นในหนทางตะวันตก ลองฟังฝรั่งดูบ้างจะได้มองเห็นว่านักวิชาการฝรั่งมักจะชอบวิถีชีวิตแบบตะวันออก ขณะที่ตรงข้ามนักวิชาการไทยบางคนจะชอบวิถีชีวิตแบบตะวันตก


Sheena Iyengar on the art of choosing

11 ธันวาคม 2554

โลกไม่ได้เป็น zero-sum game เสมอไป

พักหลังเห็นคนชอบวาดภาพโลกแบบ zero-sum game และใช้มันกับทุกเรื่อง แต่ไม่จริงหรอก อย่างแต่ก่อนคนอาจมองว่านักธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกันจะต้องแข่งกันเพื่อแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด แต่เดี๋ยวนี้นักธุรกิจกลับชอบคลัสเตอร์กันเพื่อทำให้ตลาดมันโตขึ้นด้วยซ้ำไป หรือเพื่อให้ตัวเองมีประสิทธิภาพมากขึ้นมีต้นทุนลดลง

คำถามคือเมื่อไหร่ที่โลกรอบตัวเราจะเป็น zero-sum game?

  • ถ้าเราเป็นผู้บริโภค โลกนี้จะเป็น zero-sum game เราต้องแย่งเอามาให้ได้มากที่สุดก่อนที่มันจะหมด นึกถึงน้ำมัน ไม้ ทอง และน้ำขวดหรือเรือในช่วงมหาอุทกภัยเป็นตัวอย่าง 
  • แต่ถ้าเราเป็นผู้ผลิต โลกก็จะเป็น non-zero-sum game ไม่จำเป็นที่คนหนึ่งได้แล้วอีกคนหนึ่งจะต้องเสีย หากทุกคน "ให้" คุณค่าบางอย่างออกไป นึกถึงอาหาร แรงงาน เวลา ความคิดสร้างสรรค์ หรือกำลังใจ
ไม่ว่าเราจะผลิต หรือให้บริการอะไร หรือใช้แรงงานไปเพื่อขับเคลื่อนสังคมให้ดำเนินไปตามหน้าที่ความรับผิดชอบขอบแต่ละคน หรือเราจะค้าขายเพื่อให้คนอื่นได้รับสินค้าและบริการจากอีกคน กิจกรรมเหลานี้ทำให้เกิดคุณค่ามากขึ้นกว่าหากไม่ได้ทำ หรือเพียงการที่เราให้เวลากับคนอื่นอย่างที่เรียกว่าการสังสรรค์ แต่ละคนต่างเสียเวลาไป แต่คุณค่าที่ได้กลับมาย่อมมากกว่าหากเราตัดสินใจใช้เวลากับสิ่งอื่น มิฉะนั้นเราคงไม่ทำกันบ่อยๆ ลองนึกถึงการให้เวลากับลูก หรือแม้แต่กับหมาหรือแมว ทั้งเราและเขาต่างก็ได้โดยที่ไม่มีใครเสีย

สังคมที่ซับซ้อนและพึ่งพากันมากๆ จะมีแนวโน้มเป็น non-zero-sum มากกว่าสังคมที่ต่างคนต่างอยู่
การมองโลกแบบ zero-sum หรือ non-zero-sum มีผลอย่างมากต่อพฤติกรรมของเราในสถานการณ์ต่างๆ หากเรามองสถานการณ์ตอนนั้นเป็นแบบ zero-sum เราก็จะพยายามแย่งเอามาให้ได้ก่อนคนอื่น แต่หากเรามองสถานการณ์ตอนนั้นเป็นแบบ non-zero-sum เราจะพยายามสร้างคุณค่าให้กับคนอื่น เพื่อที่ทุกคนจะได้ win-win

เป็นไปได้ไหมว่า เราอาจจะประเมินสถานการณ์บางอย่างผิด จากที่จริงเป็น non-zero-sum แต่เราเข้าใจว่าเป็น zero-sum ผลก็คือต่างคนต่างจะแย่งคุณค่าจากสนามนั้นไปจนหมด ทั้งที่จริงแล้วมันจะเติบโตและรุ่งเรืองต่อไปได้มาก แต่เมื่อทุกคนต่างคิดว่า "เดี๋ยวหมด" จึงแย่งกันจนมันหมดไปจริงๆ ดีไม่ดี ประเทศไทยอาจกำลังอยู่ในสภาพนั้นหรือเปล่า

ความคิดสร้างสรรค์

บริษัทเทคโนโลยีสมัยใหม่ยืนอยู่บนความคิดนี้อย่างสุดขั้ว เพราะไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำไปว่าตลาดไอทีจะขยายไปถึงไหน มันเริ่มครอบคลุมเข้ามาในชีวิตประจำวันของเราเกือบทั้งชีวิตแล้ว พวกเขาชอบที่จะสร้างเครื่องมืออะไรสักอย่างเพื่อให้พวกเราทำงานได้ดีขึ้น บ่อยครั้งที่สร้างให้ฟรีๆ ด้วยซ้ำไป แต่ถ้าเข้าใจว่าในสนามแห่งความคิดสร้างสรรค์ ยิ่งเราทำประโยชน์ให้คนอื่นได้มาก เขาก็ยอมจ่ายให้เรามากเช่นกัน

จริงๆ Apple นั่นเองที่เป็นที่มาของบทความนี้ มีคนบอกว่า ไม่มีธุรกิจอะไรดีไปกว่าการทำประโยชน์ให้คนอื่น เพราะ Apple ได้สร้างอะไรมากมายให้เราใช้งานในชีวิตประจำวัน เพราะสิ่งนั้น Apple จึงกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ทั้งหมดโดยแทบไม่ต้องไปแย่งตลาดจาก Microsoft หรือ IBM ตลาดไอทีโลกเป็น non-zero-sum อย่างชัดเจน เพราะทุกคนสร้างสิ่งใหม่ตลอดเวลา

สำหรับชีวิตส่วนตัวของเราเอง ผมเชื่อว่าการมองแบบ zero-sum ตลอดเวลาทำให้เราเป็นทุกข์เปล่าๆ แล้วสุดท้ายก็ทำลายสนามที่จริงๆ เป็น non-zero-sum ไปเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าหากเรามองหาสนามที่เป็น non-zero-sum อยู่เสมอ เราจะพบมันอยู่รอบตัวตลอดเวลา


Kuwait Finance